Growing Old vs. Growing Up: ทำไมบางคนถึง “แก่แต่ไม่โต” และวิธีสร้างวุฒิภาวะที่แท้จริง

Growing Old vs. Growing Up

เรามักได้ยินคำพูดติดปากว่า “ไอ้หนูพี่อาบน้ำร้อนมาก่อน”ซึ่งสะท้อนความเชื่อโดยทั่วไปว่า เมื่ออายุมากขึ้น วุฒิภาวะ ประสบการณ์ และสติปัญญาย่อมเพิ่มพูนตามไปด้วย แต่หากเรามองดูความเป็นจริงรอบตัว (อย่างน้อยก็รอบตัวผม 555+) เราจะพบว่าคำกล่าวนี้… ไม่จริงเสมอไป

ผมคิดว่าอายุเป็นแค่ตัวเลขที่บอกว่าเราอยู่บนโลกนี้มานานแค่ไหน แต่มันไม่ได้บอกเลยว่าเรา “เรียนรู้” อะไรจากเวลาที่ผ่านมาบ้าง

เพราะฉะนั้นในวันนี้ ผมชวนมาตั้งคำถามว่า “ทำไมบางคนถึงแก่แต่ไม่โต ?” เเละ อะไรกันแน่ที่ทำให้คนคนหนึ่งมี วุฒิภาวะ ? “


1.อายุ… แค่ให้เวลา แต่วุฒิภาวะต้อง สร้างเอง

คิดง่ายๆว่า เวลาผ่านไปมันไม่ได้หมายความว่าเราจะฉลาดขึ้นเองได้อันโนมัติถ้าเราไม่ได้สร้าง (เรียนรู้) ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบแบบนี้ละดันครับ

  • แบบที่ 1: เจอมาเยอะ แต่ไม่เคยจำ
    • ส่วนตัวอย่างที่บอก ผมคิดว่า อายุให้แค่เวลา แต่วุฒิภาวะมาจากการสร้าง (เรียนรู้) นะครับ
    • เช่นในแบบที่ 1 นี้ ผมว่าคนเราสามารถใช้ชีวิต 60 ปี โดยทำผิดพลาดเรื่องเดิมซ้ำๆ หากพรี่ๆ ลุงๆ ป้าๆ เขาไม่เคยหยุดทบทวนว่า “ทำไมกูถึงทำแบบนั้น” หรือ “กูควรจัดการให้ดีกว่านี้ได้ยังไง” ประสบการณ์ 60 ปีของเขาก็แทบไม่ต่างอะไรกับประสบการณ์ 1 ปีที่เกิดขึ้นซ้ำกัน 60 รอบ นั่นแหละครับ (แรงงงงง 555+)
  • แบบที่ 2: เจ็บแล้วจำ คือบทเรียน
    • ในแบบที่ 2 เป็นคนที่ใช้ชีวิตมา 60 ปี เท่ากัน (เเต่ไม่เหมือนกัน) เพราะทุกครั้งที่เจอปัญหาหนักๆ ล้มลุกคลุกคลาน แล้วทุกครั้งที่ล้ม ก็ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วคิดว่า “โอเค เมื่อกี้พลาดตรงไหน” คนแบบนี้อาจมี “วุฒิภาวะ” แซงหน้าคนในแบบที่ 1 ไปไกลลิบก็ได้

สรุปตรงนี้อีกครั้งครับว่า ในความเห็นผม วุฒิภาวะไม่ได้งอกออกมาเองตามอายุ แต่มันคือ กำไรที่ได้จากการตั้งใจเรียนรู้ จากสิ่งที่เจอต่างหาก


2.แล้ว วุฒิภาวะ ที่ว่านี่… หน้าตามันเป็นยังไง?

ถึงตรงนี้ผมน่าจะใช้คำว่า วุฒิภาวะมาหมายครั้งเเล้ว (5 ครั้ง ผมไปนับมาเเล้ว 555+) เพราะฉะนั้น เรามารู้จักกันก่อนครับว่า จริงๆ วุฒิภาวะ ที่ว่านี่ หน้าตามันเป็นยังไง? ถ้ามันวัดจากอายุไม่ได้ เเล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนๆนี้มีวุฒิภาวะ

ผมว่าตนที่โตเเล้วจริงๆขามักจะมีสิ่งเหล่านี้ครับ (ผมออกตัวตรงนี้ก่อนนะครับว่าผมไม่ได้มาตัดสิน สร้างเกณฑ์หรือเส้นแบ่งใดๆ นี่เป็นเพียงความคิดของคำว่า “ผู้ใหญ่” ในอุดมคติของผม เเละ ณ ปัจจุบัน บางอย่างข้อผมก็ยังทำได้ไม่ดีนะครับ 555+)

  • รู้ทันอารมณ์ตัวเอง: รู้ตัวว่า “อ่ะ… ตอนนี้กูกำลังโกรธ” “นี่กูกำลังน้อยใจนะ” (นี่ร่างกายกูเป็นอะไรเนี่ยยย 555+ อันนี้ไม่ใช่นะครับ ) พอรู้ทันตัวเอง ก็จะไม่ปล่อยให้อารมณ์มาควบคุมการกระทำ
  • เบรกตัวเองเป็น: ไม่ใช่การเก็บกดนะครับ (555+) แต่คือการ “เลือก” ที่จะตอบสนอง เช่น โดนคนขับรถปาดหน้า แทนที่จะปาดคืน (โต้ตอบ) ก็เลือกที่จะหายใจลึกๆ แล้วคิดว่า “เออ ช่างมัน” (ตอบสนองอย่างมีสติ)
  • เข้าใจหัวอกคนอื่น : พยายามมองในมุมของคนอื่น “ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นนะ” “ถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกยังไง” ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
  • กล้ายอมรับ… ไม่โทษดะไปทั่ว : “ครับ ผมผิดเอง” “เรื่องนี้ฉันพลาดเอง เดี๋ยวแก้ให้” ผมว่าคนที่โตแล้วจะไม่โทษดินโทษฟ้า โทษโชคชะตา หรือโทษคนอื่นไปทั่ว แต่จะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ
  • ล้มแล้วลุกเป็น ปรับตัวได้ : เข้าใจว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อแผน A ไม่เวิร์ก ก็แค่ไปแผน B ไม่มัวแต่โวยวายว่าทำไมมันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดดดด

3.ทำไมบางคน อายุเยอะแต่ไม่ยอมโตซะที

นั่นสิครับ ผมก็ยากรู้ว่าทำไมบางคนตัวเลขเยอะขึ้น แต่ข้างในยังเหมือนเดิม ? ……… จบ (ไม่ใช่สิ !!! 5555+)

ผมคิดว่าหลักๆน่าจะมาจาก 4 ข้อจากนี้นี่แหละ ซึ่งใครให้มากกว่านี้ผมอยากชวนมาแลกเปลี่ยนได้นะครับ

  • ความคิดแบบ “กูก็เป็นของกูแบบนี้แหละ” หรือที่เรามึงคุ้นกัยในภาษาอังกฤษว่า Fixed Mindset
    • คือเชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนไม่ได้แล้ว “แก่แล้ว” “กูเป็นเป็นงี้มาแต่ไหนแต่ไรเเล้ว” พอคิดแบบนี้ปุ๊บ… ประตูกการเรียนรู้ก็ปิดตายทันที (บ๊ายบายยยย 555+)
  • สายหนี… หนีปัญหา
    • ไม่ชอบเรื่องอึดอัด ไม่ชอบความขัดแย้ง พอมีปัญหาก็ชิ่งหนีก่อนเลยจ้าาาา การที่ไม่เคย “สู้” กับปัญหา ก็เลยไม่เคย “เก่ง” ขึ้น
  • ชอบอยู่กับคนที่ “อวย” เรา
    • ล้อมรอบตัวเองไว้ด้วยคนที่เห็นด้วยกับเราตลอดเวลา ใครไม่เห็นด้วย ไม่อวย เชิดเลย ไม่คุยด้วย 555+
    • พอไม่มีใครกล้าเตือน หรือกล้าติ ก็เลยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกหมดแล้ว
  • ไม่เคย “คุย” กับตัวเอง
    • ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงาน กลับบ้าน นอน… ไม่เคยมีเวลาเงียบๆ เพื่อถามตัวเองเลยว่า “วันนี้กูทำอะไรไปบ้าง” “กูเป็นคนที่ดีขึ้นรึยัง”
    • เอาจริงผมคิดอยู่นานว่าจะรวมข้อนี้ไปดีไหม แต่สุดท้ายผมว่าการไม่คุยกับตัวเอง ไม่เคยได้ทบทวนตัวเองมีผลมากๆ เหมือนเรียนเเล้วไม่ทบทวนเลย โอกาศที่จะพัฒนามันจะน้อยกว่าเดิมมากๆ

4. มา โตขึ้น ไปด้วยกัน (ไม่ใช่แค่ แก่ลง)

การที่อายุมากขึ้น เป็นเรื่องที่เราเลี่ยงไม่ได้ครับ แต่การมีวุฒิภาวะมากขึ้นเป็นสิ่งที่เรา เลือก ได้

สุดท้ายแล้ว อายุเป็นแค่ปฏิทิน สิ่งสำคัญคือเราเปลี่ยนสิ่งที่เจอให้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้มากแค่ไหน

อย่าปล่อยให้เวลาพัดพาเราไปจน “แก่” เฉยๆ ครับ แต่จงตั้งใจที่จะ “เติบโต” ขึ้นในทุกๆ วัน

เพราะการเติบโตนี่แหละ คือความหมายของการมีชีวิตที่มีวุฒิภาวะอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนที่มีวุฒิภาวะเต็มเปี่ยมแล้ว แต่ผมก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังพยายามเรียนรู้จากสิ่งที่เจอ เพื่อโตขึ้นในทุกวัน ให้สมกับคำว่า “ผู้ใหญ่” ในอุดมคติที่ผมวาด (ในข้อที่ 2)ไว้เช่นกัน

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *