เมื่อความ “อยากเปลี่ยนแปลง กลายเป็นเรื่อง “แปลกแยก
ในโลกของการทำงานองค์กร โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานที่มีประวัติยาวนาน เรามักจะเจอสถานการณ์คลาสสิกอย่างหนึ่ง
ตอนเราเสนอไอเดียใหม่ที่ช่วยลดขั้นตอนทำงาน หรือเสนอโปรเจกต์ที่ท้าทายแปลงกๆใหม่ๆ ที่ฉีกการกรอบหรือรูปแบบที่เคยทำๆกันมา สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ หรือสายตาจากเพื่อนร่วมงานที่ส่งสัญญาณว่า
- มึงจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม?
- แค่นี้งานยังไม่เยอะพอเหรอ?
- ทำไม่ได้หรอก มันเสี่ยงเกินไป
- อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว จะหาเรื่องใส่ตัวทำไม
- เพ้อเจ้อ เป็นไปไม่ได้หรอก
ถ้าใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมบอกเลยว่าคุณกำลังเผชิญกับสภาวะ “อินทรีหลงฝูง” ในที่ทำงาน
1. นิยามของ “ไก่” ในออฟฟิศ
ในบริบทการทำงาน “ไก่” ไม่ได้แปลว่าคนไม่เก่ง หรือคนขี้เกียจเสมอไป แต่หมายถึง คนที่เสพติด Comfort Zone
- เขาคือคนที่เชื่อว่า “ทำตามระเบียบเดิม ปลอดภัยที่สุด”
- เขาคือคนที่มองว่า “การเปลี่ยนแปลง = ภาระ”
- เขาคือคนที่ทำงานเพื่อให้จบไปวันๆ และรอสวัสดิการตอนเกษียณ
สำหรับกลุ่มนี้ การที่เราพยายามจะบินสูง (เช่น การรื้อระบบเก่า, การเสนอเป้าหมายที่สูงขึ้น) มันไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่มันคือภัยคุกคาม” ต่อความสงบสุขในชีวิตเขา
2. ทำไม “คุยเรื่องบินสูง” ถึงกลายเป็นอะไรที่ดูอันตราย?
เมื่อเราพูดเรื่องเกี่ยวกัการเปลี่ยนแปลงกับคนที่ไม่ได้อยากเปลี่ยน:
- คุณจะดูเหมือนตัวประหลาด: แทนที่จะได้รับคำชม คุณอาจถูกมองว่าอยากเด่น อยากดัง หรือร้อนวิชา
- คุณจะถูกดึงขา: ธรรมชาติของฝูงไก่ คือถ้ามีใครสักคนพยายามบินขึ้นไป จะเกิดแรงกดดันทางสังคม ให้ดึงคุณกลับลงมาที่เดิม เพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกันในความเฉื่อย
- คุณจะหมดไฟ (Burnout): การต่อสู้กับเนื้องานว่าเหนื่อยแล้ว แต่การต่อสู้กับทัศนคติคน นั้นเหนื่อยกว่าหลายเท่า
3. คู่มือเอาตัวรอดของ “อินทรี”
ถ้าคุณยังต้องทำงานที่นี่ ยังรักองค์กรนี้ (555+) หรือยังมีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องยอมกลายเป็นไก่ แต่ต้องรู้จักบินให้ถูกจังหวะ
ข้อที่ 1: แยกแยะ เพื่อนร่วมงาน กับ คู่คิด คุยเรื่องงานทั่วๆ ไป เรื่องดินฟ้าอากาศกับทุกคนได้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่เก็บไอเดียที่เราอยากจะปรับเปลี่ยนระบบอะไรบางอย่างจากกรอบเดิมๆ ไว้คุยกับคนไม่กี่คน อาจจะเป็นหัวหน้าที่มีวิสัยทัศน์ หรือเพื่อนต่างแผนกที่มีเคมีตรงกัน อย่าคาดหวังว่าทุกคนจะเข้าใจไฟในตัวคุณ
ข้อที่ 2: ทำให้ดู ดีกว่าพูดให้ฟัง ในองค์กรแบบ Conservative คำพูดมีน้ำหนักเบากว่าเอกสารและผลลัพธ์ แทนที่จะป่าวประกาศว่าจะบินสูง ให้ลองทำโปรเจกต์เล็กๆในขอบเขตที่คุณทำได้ให้สำเร็จเงียบๆ เมื่อผลลัพธ์มันชัดเจน เดี๋ยวคนจะเริ่มหันมามองเอง ถึงตอนนั้นค่อยอธิบายก็ยังไม่สาย
ข้อที่ 3: หาน่านฟ้าของตัวเองนอกเวลางาน ถ้าวัฒนธรรมองค์กรมันแข็งแกร่งจนเปลี่ยนยากจริงๆ อย่าปล่อยให้สกิลการบินของคุณฝ่อตาย ใช้เวลาหลังเลิกงานไปทำ Side Project, ทำธุรกิจส่วนตัว, หรือเขียนบล็อก เพื่อระบายพลังงานสร้างสรรค์ออกไป
แด่คนทำงาน
สุดท้ายผมว่าการเป็นนกอินทรีในฝูงไก่ ไม่ใช่เรื่องผิด และการที่คนอื่นพอใจจะเป็นไก่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน
กุญแจสำคัญคือ “ความเข้าใจ”
เข้าใจว่าเขาต้องการความมั่นคง เข้าใจว่าเราต้องการความเติบโต
หน้าที่ของคุณไม่ใช่การตะโกนด่าไก่ว่าทำไมบินไม่ได้ แต่คือการรักษาปีกของคุณให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อรอจังหวะลมที่เหมาะสม แล้วบินขึ้นไปในที่ที่ควรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตในองค์กรนี้ หรือการบินออกไปสร้างรังของตัวเองในสักวันหนึ่งครับ

Leave a Reply