เรากำลังโดนหลอกให้ “เก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่” อยู่หรือเปล่า? (มุมมองจากหนังสือ Die With Zero)

กิจวัตรตอนเช้าของผมคือ หลังจากตื่นมาออกกำลังกายเสร็จ ระหว่างที่เตรียมตัวจะอาบน้ำ ผมมักจะเปิด YouTube ทิ้งไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา

จนมีอยู่วันนึง ตาไปสะดุดกับคลิปของ Mission To The Moon EP.2689 ชื่อคลิปว่า “อย่ามัวแต่เก็บเงินจนไม่มีเวลาใช้ชีวิต #สรุปหนังสือ Die with Zero” สารภาพตามตรงว่าหนังสือเล่มนี้ผ่านหูผ่านตาผมบ่อยมาก เรียกว่าบ่อยจนตอนนี้กดสั่งมาอยู่ใน “กองดอง” เรียบร้อยแล้ว 555+ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสหยิบมาอ่านเต็มๆ สักที

แต่พอได้ฟังคลิปสรุปจบปุ๊บ ความคิดแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวคือ… หรือว่าที่ผ่านมา เรากำลังโดนความรู้ทางการเงินแบบเก่าๆ หลอกอยู่วะ?


ที่บอกแบบนั้นเพราะตั้งแต่เด็กจนโต เราถูกสอนกันมาตลอดว่า “เรียนจบ หางานทำ เก็บเงินให้เยอะที่สุด จะได้สบายตอนแก่” เราท่องจำสูตรนี้กันจนขึ้นใจ ก้มหน้าก้มตาทำงาน เก็บเงิน สร้างธุรกิจ ยอมสละความสุขในวันนี้เพื่อไปรอกอบโกยเอาตอนอายุ 60-70

ลองจินตนาการดูนะครับ วันที่อายุ 75 คุณมีเงินในบัญชี 10ล้านบาทตามเป้าเป๊ะเลย แต่สภาพคือเข่าเสื่อมเดินไกลไม่ได้ กินของอร่อยก็ต้องระวังเบาหวานความดัน เพื่อนฝูงก็ร่วงโรยกันไปหมดแล้ว… สรุปว่าเงินสิบล้านก้อนนั้น มันซื้อ “ความสบาย” หรือซื้อ “ประสบการณ์ชีวิต” แบบที่คุณเคยฝันไว้ตอนหนุ่มสาวได้จริงๆ ไหม?

หนังสือ Die With Zero ของ Bill Perkins ออกมาสวนทางกับความเชื่อเก่าๆ ด้วยการบอกว่าเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ไม่ใช่การมีเงินเหลือเยอะที่สุดตอนตาย แต่คือการ “ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดจนเงินเหลือศูนย์บาทต่าง

นี่คือความจริงที่ตำราการเงินเก่าๆ ไม่เคยบอกเรา

1. อำนาจของเงิน แปรผกผันกับ “สังขาร”

หลายคนชอบคิดว่า “เดี๋ยวรวยก่อนค่อยไปเที่ยว” แต่ลืมคิดไปว่าประสบการณ์บางอย่าง มันมี “วันหมดอายุ” เงิน 100,000 บาทตอนอายุ 25 อาจจะหมายถึงการได้แบกเป้ลุยยุโรป ได้นอนโฮสเทลคุยกับคนแปลกหน้า ได้ความทรงจำที่โคตรดีกลับมาหล่อเลี้ยงชีวิตไปอีก 50 ปี (หนังสือเรียกสิ่งนี้ว่า Memory Dividend หรือ ปันผลแห่งความทรงจำ) แต่เงิน 100,000 บาทตอนอายุ 75 คุณอาจจะไม่มีแรงเดินแล้ว เงินเท่ากันเป๊ะ แต่อำนาจในการซื้อความสุขต่างกันลิบลับ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนเงินซื้อสิ่งที่อยากทำไม่ได้อีกแล้ว

2. กับดักคนทำธุรกิจ “สายป่านยาว แต่ชีวิตสั้น”

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนทำธุรกิจ SME ที่ทรัพยากรจำกัด ต้องหมุนเงินหน้าดำคร่ำเครียด เรามักจะติดนิสัย “กอดเงินสด” เอาไว้เป็นออกซิเจนต่อลมหายใจให้ธุรกิจ เรากลัวความเสี่ยงจนยอมอด ยอมงก บอกตัวเองซ้ำๆ ว่า “เอาไว้ธุรกิจนิ่งก่อนค่อยพัก”

ผลลัพธ์คือธุรกิจเติบโต รอดตาย แต่ชีวิตคนทำดันเหี่ยวเฉา เพราะเราเอา “เวลาและสุขภาพ” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่หาใหม่ไม่ได้ ไปถมให้ธุรกิจจนหมด รู้ตัวอีกทีก็ลืมไปแล้วว่าความสุขหน้าตาเป็นยังไง

3. ทางออกคือการจัด “ตะกร้าเวลา”

อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่าหนังสือเล่มนี้สอนให้เราเป็นหนี้ หรือใช้ชีวิตเสี่ยงตายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เขาไม่ได้บอกให้ผลาญเงินเล่น แต่เขาสอนให้เรา “วางแผนการใช้ชีวิต” ควบคู่ไปกับ “การหาเงิน”

เราควรลิสต์สิ่งที่อยากทำ แล้วแบ่งลงในตะกร้าแต่ละช่วงอายุ (30, 40, 50) กิจกรรมไหนใช้แรงเยอะ ต้องทำตอนนี้เท่านั้น ก็แบ่งเงินไปทำมันซะตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเลขในบัญชีเติบโตสวนทางกับเรี่ยวแรงที่ถดถอย เพราะสุดท้าย ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เงินหมดก่อนตาย แต่มันคือการตายไปโดยที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตเลยต่างหาก


ถึงตรงนี้ก็พอสรุปได้ว่า Die With Zero กำลังเตือนสติเราว่า อย่าให้เป้าหมายของชีวิตเป็นแค่ “ตัวเลขในสมุดบัญชี” ในวันที่เราหายใจรวยริน ความรู้ทางการเงินที่ดี ไม่ใช่แค่สอนให้เรา Maximize Wealth (ทำเงินให้งอกเงยที่สุด) แต่ต้องสอนให้เรา Maximize Life (ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด) ด้วย

ลองถามตัวเองดูอีกที… วันที่ต้องจากโลกนี้ไป เราอยากทิ้งตัวเลขศูนย์หลายตัวไว้ในบัญชี หรืออยากจากไปพร้อมกับความทรงจำที่ว่า “ชีวิตนี้ แม่งใช้คุ้มแล้ววะ!”

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *