ผมเขียนบทความสั้นๆนี้ในช่วงเวลาที่กำลังจะอายุเต็ม 28 ในอีกไม่กี่วัน ที่มาพร้อมกับเหตุการณ์ล่าสุดในการทำงานก็ทำให้ผมเกิดคำถามตัวโตๆ กับสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมองค์กร” และ “มารยาททางสังคม” จนอดรู้สึกละอายใจไม่ได้
เรื่องของเรื่องคือ ผมทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ล่าสุดมีคุณแม่ของผู้บริหารระดับสูงจากส่วนกลางเสียชีวิต และงานศพก็ถูกจัดขึ้นในพื้นที่ที่ผมทำงานอยู่
ในทางสากล งานศพคือช่วงเวลาของการแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย แต่ภาพที่ผมเห็นตรงหน้ากลับกลายเป็น “เวทีโชว์ตัว” ของบรรดาคนทำงานทั้งในเเละต่างพื้นที่
ตั้งแต่การออกหน้า สแตนด์บายรอช่วยงานแบบเกินความจำเป็น ไปจนถึงการพยายามเอาตัวเข้าไปอยู่ในสายตา เพื่อให้ผู้บริหารเห็นว่า “ฉันมาร่วมงานนะ” ผมเองก็ตกเป็นหนึ่งในแรงงานที่ถูกเกณฑ์ไปช่วยงานนี้ด้วยความจำยอม
แต่จุดที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและตั้งคำถามหนักที่สุด คือช่วงเวลาที่เหล่าหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูงเดินทางมาถึง ภาพที่ทุกคนพร้อมใจกันยืนกุมเป้า โค้งคำนับ และแสดงความนอบน้อมแบบเกินพอดี มันเป็นภาพที่ดูขัดหูขัดตาเสียจนผมแอบคิดในใจไม่ได้ว่า นี่เรากำลังอยู่ในยุคสมัยไหนกันแน่วะ?
ผมไม่ได้บอกว่าการเคารพผู้ใหญ่เป็นเรื่องผิด แต่การแสดงออกที่พยายามประจบประแจงและลดทอนศักดิ์ศรีของตัวเองลงไปขนาดนั้น มันทำให้ผมรู้สึกขยะแขยงและละอายใจแทน ตกลงแล้วเรามาร่วมงานเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือมาเพื่อตอกบัตรเช็คชื่อให้เจ้านายเห็นหน้าเพื่อปูทางความก้าวหน้าในอาชีพการงานกันแน่?
ในวัย 27 ย่าง 28 ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่ผมรู้สึกอึดอัดนี้คือการที่ผมยังไม่โตพอที่จะเข้าใจโลกของการทำงาน หรือโลกของการทำงานมันบิดเบี้ยวจนทำให้คนที่ยังพอมีสติสัมปชัญญะต้องรู้สึกแปลกแยกไปเอง
แต่ถ้าการเติบโตในหน้าที่การงาน ต้องแลกมาด้วยการสวมบทบาทนักแสดงหน้าม่านในพื้นที่แห่งความสูญเสีย ผมก็คงต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า นี่คือเส้นทางที่ผมอยากจะเดินต่อไปจริงๆ หรือเปล่า

Leave a Reply